Title : Suicide Notes - Days Six : Watch Out for the Hamsters
Status: OS
Fandom: Block B
Author: NoLimitxInfinite 
แปลโดย awika
Rating: G
Author’s Note:…. ชอบเรื่องนี้มันตลกเกินไป ฮ่าๆๆๆ
 
*ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องสมมติไม่ได้มีเค้าโครงจากเรื่องจริง*
 
*ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคเรื่องยาว ตัดมาแปลแค่ตอนเดียว เป็นเรื่องของแจฮโยที่ถูกนำตัวมาอยู่ในโรงพยาบาลโรคจิตซึ่งโชพีดีเป็นผู้อำนวยการที่นี่ แจฮโยเชื่อว่าเข้าไม่บ้าและเพี้ยน เขาได้เจอคนอื่นอีก 6 คนอยู่ในโรงพยาบาลนี้เช่นกัน ได้แก่ ซิโค่ คยอง แทอิล บีบอมบ์ พีโอ
 
+++++++++++++++++++++++++++++++
 
วันที่ 6 - ระวังหนูแฮมสเตอร์นะ-
 
 
จากที่ผมเคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ว่ายังไงผมต้องออกไปจากโรงพยาบาลโรคจิตนี่ให้ได้ ผมต้องหนีออกไปให้ได้....ทำให้เกิดการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม....ผมจะทำการ “หลบหนี”
 
แต่มันไม่ไดผลเท่าไรหรอกนะ......
 
 
+++++++
 
“แจฮโย วันนี้นายจะมาดู Finding Nemo กับพวกเราไหม?” ยูควอนถามผม “ฉันได้ยินมาว่ามันฉายทางทีวีวันนี้ล่ะ! ฉันชอบ Finding Nemo มากเลย! แล้วดอรี่เป็นตัวละครที่ฉันชอบมากที่สุดเลยด้วย!~”
 
“ไม่ล่ะ ไม่ใช่วันนี้” ผมตอบยูควอน ด้วยว่าวันนี้ผมตั้งใจปฎิบัติแผนการหลบหนี ตั้งแต่เมื่อ 9 โมงเช้า ผมลองสำรวจรอบๆตึกเพื่อหาทางหนีทีไล่ ซึ่งดูทางท่างานนี้ง่ายหน่อยเพราะมีคนดูแลแค่สองคน แต่ผมไม่เคยบอกว่าคุณว่าคนดูแลไม่ฉลาดนะ...
 
“อ่าาา ทำไมอ่า?” ยูควอนนิ่ง
 
ผมบอกเขาไม่ได้ว่าผมมีแผนจะหลบหนี “ฉันไม่ว่างน่ะ คงไปดูด้วยไม่ได้
 
”“ถ้าอย่างนั้นนายกำลังทำอะไรอยู่หรอ?” ยูควอนเอียงหัวขณะที่นิ้วชี้แตะอยู่ตรงปากของเขา “อ่า ฉันรู้แล้ว! ฉันช่วยนายดีกว่า นายจะได้ไม่เหงาไง!”
 
แย่ล่ะสิ...”อืมมม ไม่เป็นไรหรอ ฉันทำคนเดียวได้น่ะ”
 
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก! ฉันไม่ดูหนังก็ได้ฉันดูเรื่องนี้บ่อยแล้ว!~”
 
“ฉันแค่จะกลับไปที่ห้องของฉัน หลับสักงีบ คือฉันเหนื่อยมากน่ะ” ผมบอกเขา 
 
“โอ้ว โอเค! งั้นคราวหน้าแล้วกัน” เขาพูดก่อนตัดสินใจเดินหนีไป
 
ทำไมยูควอนถึงมีความสุข? ผมสงสัยจริงๆนะ ทำไมทุกคนดูมีความสุขในสถานที่บ้าๆแบบนี้ด้วย.....
 
 
+++++++
 
 
วันนี้มีกิจกรรมกลุ่ม ดูเหมือนว่าพวกเขามีกิจกรรมกลุ่มทุกๆสองวัน ช็อกโกแลตแมน(โชพีดี) แบ่งพวกเราออกเป็นกลุ่มล่ะสองคน
 
ผมได้คู่กับซิโค่ คยองคู่กับบีบอมบ์ ส่วนยูควอน แทอิลและพีโออยู่กลุ่มเดียวกันเพราะจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่มีเป็นเลขคี่
 
“วันนี้พวกนายจะต้องแสดงละคร!” ช็อคโกแลตแมนพูดอย่างสดใส ต่างจากผมที่ครางออกมาอย่างรำคาญ ซึ่งคนอื่นๆเองก็รู้สึกอย่างเดียวกับผมเพราะผมได้ยินเสียงบ่นและเสียงตะโกนออกมา
 
“แสดงละคร? แล้วแสดงเกี่ยวกับอะไรอ่ะ?” คยองถามขึ้น
 
ช็อคโกแลตแมนพูดขึ้นมาอย่างสนุกสนาน “คนหนึ่งจากกลุ่มต้องออกมาหยิบกระดาษซึ่งเขียนฉากและบทที่จะได้รับจากในหมวกที่ฉันถืออยู่ พวกนายต้องแสดงตามบทให้สมบทบาทที่ได้รับต่อหน้าทุกคน เอาล่ะ ตอนนี้ส่งตัวแทนมาจับกระดาษเร็ว”
 
“งั้นฉันออกไปจับนะ” ซิโค่พูดก่อนเดินเข้าไปจับกระดาษในหมวก
 
“ได้บทอะไรน่ะ?” ผมถามหลังเขากลับมา
 
“ฉาก  ‘กระบะทรายเด็กเล่น' บทที่ได้รับคือ ‘สัมภาษณ์งาน’ อะไรล่ะเนี่ย” ซิโค่พูดอย่างงงๆ “ใครมันจะสัมภาษณ์งานในกระบะทรายเนี่ย?!”
 
“...อืม ทำๆให้มันผ่านไปเหอะ” ผมพูดขณะคิดไปด้วย่าจะทำไงดี สัมภาษณ์งานในในกระบะทราย....ใครมันคิดฟร่ะ...เฮ้ออ
 
“งั้นเรา....สัมภาษณ์งานโสเภณีกันไหม?” ซิโค่ถาม
 
“แล้วใครจะเป็นโสเภณีล่ะ?” ผมยกคิ้วด้วยความสงสัย
 
“....เออเน้อ...” คิ้วของซิโค่ขวมเข้าหากัน พยายามคิดว่าพวกเราควรทำยังไงดี
 
 
+++++++
 
 
พวกเราตัดสินใจสัมภาษณ์งานเกี่ยวกับนักฆ่าลับของกองทัพต่อต้านผู้เทซิอิ๋วลงไก่ทอดเกินพิกัด แล้วละครของกลุ่มเราก็เริ่มขึ้น
 
“สวัสดีครับ คุณ ‘เจ้าชายสุดหล่อ’ “ ซิโค่ทักขึ้น “คุณพร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานหรือยังครับ?”
 
ผมยกคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจ ก่อนตอบกลับไป “อีกสักครู่ครับ ผมขอเอาทรายออกจากรองเท้าก่อนนะครับ คุณ ’กางเกงในลายคิตตี้’”
 
ฟังจะเสียงหัวเราะเบาๆของซิโค่ดูท่าทางเขาชอบชื่อนี้นะ ทั้งที่มันช่าง....ละครของกลุ่มเราไม่ค่อยดีเท่าไรเหมือนๆกับกลุ่มอื่นนั้นล่ะ แต่มีกลุ่มหนึ่งดูน่าสนใจไม่น้อย กลุ่มของคยองและบีบอมบ์...
 
“ฉันคือแตงกวาคยองงง!!!” คยองวิ่งไปรอบๆห้องในชุดแตงกวา เขาหาชุดนี้มาได้ยังไงยังคงเป็นปริศนา....แต่ผมยังไม่รู้อยู่ดีว่าเรื่องของกลุ่มนี้ต้องการจะบอกอะไรจริงๆแล้ว
 
 
 
 
การแสดงของกลุ่มมันล้มเหลวมาก ไม่มีอะไรตรงประเดนเลย ใช่ว่าพวกเราเสียเวลาโดยใช่เหตุหรอ? ช็อคโกแลตแมนงี่เง่ากับกิจกรรมที่ไม่ได้เรื่อง คุณน่าจะทำอะไรให้ดีกว่านี้นะ ถ้าคุณไม่ได้เรื่อง คุณมันก็ไร้ประโยชน์
 
 
+++++++
 
 
หลังจากพวกเราเล่นละครครบทุกกลุ่ม หลังจากนั้นเป็นช่วงเวลาอิสระ “เฮ้ย! ซิโค่” ผมเรียกเขาตอนที่ทุกคนเดินออกจากห้องไป
 
“ว่าไง?” เขาหันมาหาผม
 
“ฉันมีคำถามเล็กน้อย......” ผมมองไปรอบๆ ไม่มีใครอยู่แถวนี้สินะ เผื่อว่าคนอื่นจะบังเอิญได้ยินเรื่องที่เราสองคนคุยกัน “นายเคยคิดจะออกไปจากที่นี่บ้างไหม? เช่นหลบหนีหรืออะไรแบบนี้?”
 
คิ้วของซิโค่ยกสูงขึ้นด้วยความสงสัย “เคยสิ ใครจะไม่เคยล่ะ ทำไมอ่ะ?”
 
“ฉันแค่สงสัยน่ะ....”ผมตอบเขา “แล้วนายใช้วิธีไหนล่ะ?”
 
เขาใช้เวลานึกอยู่สักพักก่อนพูดออกมา “ฉันมีตุ๊กตาคิตตี้หลายตัวในห้อง ฉันใช้มันแทนเป้าเบนสายตาคนอื่นและก็ต้องเสียสละลูกอมที่พี่ชายเอามาให้ตอนเยี่ยมด้วย ฉันไม่ควรหนีเลยถ้ารู้ว่าแผนนี้จะใช้ไม่ได้ผล...ฉันไม่มีไว้กินลูกอมเหลือเลย อ๊ากกกกก” เขาเดินหนีไปขณะที่พึมพำอะไรบ้างอย่างเกี่ยวกับ “หนูแฮมสเตอร์เลว”
 
ผมพยักหน้าขณะที่ประมวลผลข้อมูลที่ซิโค่บอกผมไปด้วย
 
 
+++++++
 

ระหว่างทางเดินกลับไปยังห้องของผม ผมเจอคยองซึ่งเดินกลับไปห้องของเขาเช่นกัน “เฮ้ย คยอง”
 
“อ้าว? สวัสดี” เขาผงกหัวให้หนึ่งครั้ง “กลับห้องของนายหรือ?
 
”ผมผยักหน้า “นายเคยคิดที่จะออกไปจากที่นี่ไหม?”
 
“ทำไมอยู่ดีๆถามแบบนี้อ่ะ?”
 
“ฉันแค่สงสัยน่ะ” ผมยักไหล่ “ฉันว่านายคงเคยคิดแบบนั้น แล้วนายใช้วิธีไหนล่ะ?”
 
คยองยิ้มกริ่ม “ฉันแอบเข้าไปในห้องครัวและขอยืมแตงกวาทั้งหมดมา ฉันกลิ้งมันกับพื้น คนอื่นจะได้เหยียบมันแล้วลื่นน่ะ”
 
“อ่า เข้าใจล่ะ”
 
“อืม แล้วคนก็ลื่นจริงๆด้วยนะ แต่สุดท้ายฉันก็ถูกจับอยู่ดี”เขาบ่น  “โอเค ไว้ค่อยคุยกันทีหลังแล้วกัน ฉันหนีไปนอนกลางวันก่อนล่ะ”
 
อืมม.....แตงกวาในห้องครัว….
 
 
+++++++
 
 
หลังจากหยิบผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้า ผมเดินออกจากห้องมุ่งออกไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ
 
“โอ้ว เฮ้ แจฮโยฮยอง” พีโอพูดขึ้นมาตอนที่เขาเดินเข้ามาในห้องน้ำ
 
ผมโบกมือให้เขา “แล้วนายล่ะ?”
 
“อะไรหรอ?” เขามองหน้าผมด้วยความสงสัย“ฉันใช้วิธีไหนตอนลองหนีออกไปจากที่นี่ล่ะ?”
 
“ผมหรอ? อืม...ผมฉีดสเปรย์พริกไทยใส่คนดูแล จริงๆแล้วผมควรคิดถึงผลของมันก่อนจะทำ เพราะมันทำให้คนดูแลแสบตามากและตะโกนออกมา สุดท้ายผมก็ถูกจับ....”เขาเกาะหัวสองสามที “งั้นผมอาบน้ำก่อนฮยองนะ”
 
 
+++++++
 
 
 
“อืมม...ตุ๊กตาคิตตี้, แตงกวาและก็สเปรย์พริกไทย....” ผมพึมพำไปด้วย ขณะที่เดินตรงไปยังห้องอาหาร “แล้วฉันจะใช้มันยังไงในแผนการฉันเนี่ย?”
 
จังหวะที่ผมเดินเข้าห้องไป ผมเจอบีบอมบ์กำลังกินต็อกโบกกิอยู่ นั้นทำให้ผมสงสัยว่าเขาพยายามหนีออกไปจากที่นี่ยังไง...
 
ผมหยิบแก้วชิกคเย (เหล้าข้าว) เดินไปนั่งตรงข้ามกับบีบอมบ์ เขาเงยหน้าจากอาหารขึ้นมามองหน้าผม
 
“อันนยอง” ผมทัก เขาแค่ยกคิ้วให้ ก่อนกลับไปสนใจอาหารตรงหน้าอีกครั้ง “นายคิดจะออกไปจากที่นี่ป่ะ?”
 
เขาเงยหน้าขึ้นมาจากจาน “ทำไม? นายจะหนีหรือไง?”
 
ผมลังเล แต่ค่อยๆพยักหน้าช้าๆ เขาคงไม่บอกใครหรอกมั้ง
 
“งั้นโชคดีแล้วกัน นายคงทำไม่สำเร็จ” เขาหัวเราะ “ไม่มีใครเคยหนีออกไปได้ นอกจากมิโน(บีโอเอ็ม) ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเขาทำยังไง เพราะเขาไม่เคยบอกอะไรพวกเราเลยและถึงพวกเราอยากรู้แต่ก็ไม่รู้เนี่องด้วยเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว อีกอย่างนั่นเป็นการพยายามหลบหนีครั้งที่สี่กว่าเขาจะออกไปจากที่นี่ได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
 
“คนดูแลที่นี้น้อยจะตายไป ทำไมมันดูยากขนาดนั้นเลยหรอ?” ผมถามด้วยความสงสัย
 
“คนดูแลไม่ใช่ประเดนเหอะ ก้อนหินยังฉลาดกว่าพวกนั้นเลย” เขาหยุดกิน ก่อนพูดต่อ “ถ้านายต้องการออกไปจากที่นี่ นายต้องหาวิธีจัดการกับพวกหนูแฮมสเตอร์ที่ขว้างประตูทางออกให้ได้มากกว่า”
 
“หนูแฮมสเตอร์....? นายพูดเล่นหรือเปล่า?” ผมถามราวกับสิ่งที่พึ่งได้ยินไปนั้นเป็นเรื่องตลกเขาพยักหน้า
 
“ฉันรู้ว่าฉันอาจจะคิดถึงพวกหนูแฮมสเตอร์ที่ตายแล้ว แต่ไม่ใช่ หนูพวกนั้นทำงานดีกว่าสุนัขตำรวจเสียอีก อย่าประมาณมันเชียว ถ้านายอยากรู้ละเอียดอย่างอื่นถามแทอิลสิ รายนั้นเขาใกล้เคียงกับการหลบหนีสำเร็จที่สุดแล้ว”
 
แฮมสเตอร์?? อะไรกันนี่ แล้วหนูแฮมสเตอร์มันทำงานดีกว่าสุนัขตำรวจได้ไง? ต้องถามแทอิลสินะ...
 
ผมหันไปรอบห้องเป็นจังหวะที่แทอิลเดินเข้ามาในห้องพอดี ช่างเป็นเวลาเหมาะเจาะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตามหาเขา
 
แทอิลเดินตรงมาที่โต๊ะนั่งข้างๆผม
 
“เฮ้ย นายอยากจะบอกอะไรกับแจฮโยเกี่ยวกับเรื่องหลบนี้ไปจากที่นี่บ้างป่ะ?” บีบอมบ์แสยะยิ้ม
 
แทอิลมองหน้าบีบอมบ์ก่อนหันมามองหน้าผม “พยายามหลบหนี? ฉันว่านายควรอยู่ที่นี่จนถึงวันที่เขากำหนดดีกว่านะ”
 
“ไม่ ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก ฉันเหมาะที่จะอยู่ข้างนอก ฉันไม่ได้บ้าและไม่มีปัญหาทางจิตด้วย เรื่องอะไรต้องให้ฉันอยู่ในที่บ้าๆแบบนี้ด้วย”
 
แทอิลถามขึ้นมาทันที “ถ้าอย่างนั้น ถ้านายออกไปนายจะทำอะไร?”
 
แล้วผมจะบอกเขายังไงดี? ผมจะทำอะไรเมื่อออกไปได้แล้ว? “ฉันก็ไม่แน่ใจนะ แต่ใบหน้าของฉันคงไม่สามารถเฉิดฉายอยู่ที่ที่แคบๆแบบนี้ได้หรอก ฉันควรออกไปสู่โลกภายนอกและให้ทุกคนได้เห็นใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของฉัน”
 
บีบอมบ์กับแทอิลมองหน้าผมแล้วนิ่งไปสักพัก
 
“นายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม?” บีบอมบ์หัวเราะเยาะ
 
“ดูเหมือนว่าเราควรทำให้เขาออกไปจากที่นี่ให้ได้ ใบหน้าหล่อๆอย่างนั้น คงไม่เหมาะจริงๆที่จะเก็บไว้ ไม่ให้คนทั้งโลกได้เห็น” แทอิลพูดขึ้นมา บีบอมบ์ได้แต่พยักหน้า
 
“ใช่ ฉันเห็นด้วย” บีบอมบ์พึมพำทั้งๆที่พยักหน้าอยู่
 
 
+++++++
 
 
หลังจากแทอิลอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่ผมควรรู้และต้องระวังไว้ ผมจึงออกรวบรวมของต่อ
 
ผมรีบแอบเข้าไปให้ห้องครัวตอนพ่อครัวออกไปเข้าห้องน้ำ สายตาสอดส่องหาแตงกวา
 
“พวกมันอยู่ไหนนะ...” ผมเดินเข้าไปลึกขึ้น จนกระทั่งเห็นแตงกวาวางไว้บนเคาเตอร์ทำอาหาร ยอดเยี่ยม
 
ผมหยิบแตงกวามาทั้งหมดก่อนเอากลับเก็บไว้ในห้องของผม แล้วมุ่งหน้าสู่ห้องของช็อกโกแลตแมน
 
"What's up." ผมพยักหน้าให้เขา เดินเข้าไปให้ห้อง นอนลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์
 
“นายพร้อมสำหรับการบำบัดสำหรับวันนี้หรือยัง?”
 
“แน่นอน” ผมแสยะยิ้ม เพราะนี้เป็นการบำบัดครั้งสุดท้ายก่อนผมจะออกไปเจอสิ่งที่ดีกว่านี้
 
 
+++++++
 
 
หลังจากการบำบัดผมเดินไปยังห้องของซิโค่ ผมเปิดประตูสอดตัวเข้าไปช้าๆก่อนปิดประตูอย่างแผ่วเบา
 
“อะไรวะเนี่ย?” ภาพที่ผมเห็นคือ....กองตุ๊กตาคิตตี้และของเกี่ยวกับคิตตี้เต็มไปหมด อย่างกับเดินเข้าไปในร้านขายของคิตตี้ สายตาของผมจ้องไปยังตุ๊กตาคิตตี้บนเตียงของเขา 
 
 
 
 
-ห้องนั่งเล่น-
 
อยู่ดีๆซิโค่ก็ยืนขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้อง
 
“เป็นอะไรน่ะ?” คยองถามด้วยความสงสัย“
 
ไม่รู้สิ....” ซิโค่หรี่ตา คิ้วแทบขมวดติดกัน “จิตสัมผัสทางคิตตี้ของฉันมันสัมผัสอะไรได้บ้างอย่าง....ฉันรู้สึกว่ามีใครบางคนแอบเข้าไปในห้องของฉัน....”
 
“คิดอะไรมาก ไม่มีใครเข้าไปหรอก” คยองตอบ แต่ซิโค่ไม่สนใจคำตอบนั้น เพราะเขาได้พุ่งออกไปยังห้องของเขาเรียบร้อยแล้ว
 
 
+++++++
 
 
-ห้องของแจฮโย-ผมรวบรวมตุ๊กตาคิตตี้ทั้งหมดที่ขโมยมาจากห้องซิโค่ไว้ใต้เตียงข้างๆกับแตงกวา ผมเดินออกจากห้อง ขณะที่กำลังจะปิดประตูนั้นเอง ผมเห็นซิโค่เดินตรงดิ่งไปยังห้องของเขา เกือบไปแล้ว....ถ้าผมยังอยู่ในห้องนั้นอีกแปปเดียว ผมต้องถูกจับได้แน่ๆ
 
ทันใดนั้นเองผมได้ยินเสียงตะโกนมาจากห้องของเขา “คิตตี้และมีมี่หายไป!!!! ป๊าป๋าจอร์ท มาม๊าแมรี่ คุณปู่แอนโทนี้ แล้วก็คุณย่ามากาเรตด้วย!!!! ใครมันขโมยไปวะ?!?! เหลือแต่เดเนียลผู้น่าสงสารอยู่คนเดียว!!!"
 
แย่แล้ว เขารู้ได้ไง...ดูเหมือนจะมีจิตสัมผัสเกี่ยวกับคิตตี้หรืออะไรบางอย่าง......
 
ซิโค่รีบวิ่งออกจากห้อง “แจฮโย! นี่คือเหตุฉุกเฉิน! นายเห็นใครเข้าไปในห้องฉันไหม?!"
 
ตายแล้ว ผมรีบสั่นหัวทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่อยากจะรู้ด้วยซ้ำว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมยอมรับว่าผมทำ
 
“อ๊ากกกกกก!!! บอกฉันด้วยถ้านายรู้ โอเค! ถ้าฉันเจอไอ้สารเลวนั้น ฉันจะหักคอของมันออกเป็นสองส่วนและกินสมองของมันเป็นอาหารเช้า” หลังจากพูดจบเขาก็วิ่งหนีไปเพื่อตามหาว่าใครเป็นคนขโมยคิตตี้น้อยๆของเขาไป “ยูควอน!! ต้องเป็นนายแน่เลยใช่ไหม?!?! ฉันรู้นะว่านายแอบมองมีมี่อยู่น่ะ!!”
 
ว้าว.....ผมคงไม่มีทางบอกเขาว่าผมทำแน่ๆ....ต่อไปต้องไปเอาสเปรย์พริกไทยสินะ....
 
 
+++++++
 
 
คืนนั้น23.06 นาฬิกาถึงเวลาปฏิบัติตามแผนการผมแล้วผมรวบรวมทุกอย่างจากใต้เตียงของผมใส่กระเป๋าเป้ที่แทอิลให้ผมไว้
 
ก่อนออกจากห้องของผมผมเดินผ่านทางเดินยาวภายตึกให้เงียบที่สุดเท่าที่ทำได้ นั้นสิ ในที่สุดผมก็จะหนีออกไปจากที่นี่สักที ผมยิ้มให้กับตัวเองขณะเลี้ยวผ่านหัวมุมไป
 
“เฮ้” ผมโบกมือให้กับคนดูแล เขาโบกกลับและกลับไปสนใจกินแซนวิสต่อ
 
ผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงห้องนั่งเล่น มองเห็นนางพยาบาลเฝ้าเวรคืนนี้นั่งเล่นคอมพิวเตอร์อยู่ที่โต๊ะ ผมหยิบบรรดาตุ๊กตาคิตตี้ของซิโค่แล้วโยนมันข้ามห้อง “อะไรน่ะ?” นางพยาบาลพูดขึ้นมา เดินเข้าไปหาตุ๊กตาเหล่านั้น “นี่มันของจีโฮไม่ใช่หรอ? ฉันเอาไปคืนเขาก่อนดีกว่า”
 
หลังจากที่เธอเดินลับสายไป ตาผมรีบเดินผ่านยังอีกฝั่งของห้อง มองผ่านประตู....ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิต ทางสะดวก เยี่ยมมาก ผมเดินไปเรื่อยๆ ลงมาถึงห้องโถง
 
“เอาล่ะ ต้องไปทางไหนล่ะทีนี้....” ผมหยิบแผนที่ที่ผมขโมยมาจากห้องช็อคโกแลตแมนตอนเขาเผลอ
 
ผมเลือกไปทางขวา แต่นั้นมีคนดูแลเดินตรวจอยู่ เขาหันหลังให้ผม แย่แล้ว ผมถอยกลับมาตั้งหลักตรงหัวมุม หยิบแตงกวาออกมาจากกระเป๋าเป้ กลิ้งมันกับพื้นไปทางคนดูแลและเขาสะดุดมันจริงๆด้วย “ห๊ะ! อีกแล้วหรอ ม่ายย!” เขาตะโกนก่อนหัวกระแทกพื้นและนิ่งไป ผมรีบเดินข้ามเขาตรงไปยังประตูสุดปลายทางเดิน
 
ก่อนผมเปิดประตู ผมได้ยินเสียงบางอย่างมาจากอีกฝั่งหนึ่งของประตู อย่าบอกผมนะว่ามันคือพวกหนูแฮมสเตอร์.......หวังว่าสเปรย์พริกไทยจะช่วยผมได้
 
ผมเปิดประตูแล้วถึงกับช็อคกับภาพที่เห็น หนูแฮมสเตอร์จำนวนมหาศาล! อะไรวะเนี่ย! คนพวกนี้ไปหาหนูแฮมสเตอร์เยอะขนาดนี้มาจากไหนกัน?! ขโมยมาทั้งจัตุจักหรือไง?
 
 
 
 
พวกหนูเหล่านั้นเริ่มรู้สึกถึงการมีอยู่ของผม พวกมันเดินทรงมาทางผมทันที “แย่แล้ว! โอเค อย่าพึ่งสติแตกไป....” ผมหยิบกระป๋องสเปรย์พริกไทยออกมาจากเป้ฉีดเข้าใส่หนูบางตัวที่เดินเข้ามาใกล้ผม บางตัวเริ่มไต่ขาผม ปฎิกิริยาตอบโต้ของผมทำได้แต่เตะมันออกไปเท่านั้น ซึ่งมันก็ได้ผลด้วย แต่แค่ช่วงแรกเท่านั้นล่ะเมื่อพวกมันมามากขึ้นๆ....”อ๊ากกกกกก ทำไงดีวะ!!” ผมตะโกนออกให้เสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มาถึงขั้นนี้แล้วผมยังไม่ถูกจับง่ายๆแบบนี้หรอก
 
ผมเริ่มวิ่งตรงไปยังประตูอีกฝั่งหนึ่ง ระหว่างทางกระเป๋าเป้ของผมหล่นลงพื้นไป อ๊ากก มันจะมีอะไรแย่กว่านี้ไหมเนี่ย ผมตัดสินจะวิ่งกลับไปเอามัน แต่ผมสังเกตุได้ว่าพวกหนูแฮมสเตอร์หยุดวิ่งตามผมแล้ว อะไร กัน นี่?
 
พวกหนูแฮมสเตอร์หันไปสนใจกระเป๋าเป้ของผมแทน บางทีมันอาจจะสนใจแตงกวาในกระเป๋าเป้ก็เป็นได้ “อ่า ฉันควรใช้โอกาศนี้หนีสินะ....” ผมหันทางไปยังทางออกแต่อยู่ดีๆก็มีเสียงดังขึ้นมาทำให้ผมหยุดนิ่ง
 
“แจฮโย? นอนไม่หลับหรอ?” ใครบางคนถาม “แล้วนายทำอะไรอยู่น่ะ?”
 
 
+++++++
 
 
-ห้องของบีบอมบ์-
 
“ชู่วววว นี่มินฮยอก ตื่นสิ” แทอิลกระซิบหนุ่มผมแดงที่กำลังอยู่ในโลกแห่งความฝัน
 
“อะไร...?” บีบอมบ์คราง เขาไม่พอใจกับการรบกวดของแทอิลครั้งนี้เท่าไร ”กลับไปห้องของนายซะ ฉันจะนอน....”
 
“ฉันลืมบอกสิ่งสำคัญกับแจฮโย เพื่อช่วยให้เขาหนีง่ายขึ้น!” แทอิลดูตื่นตระหนกอย่างมา
 
กบีบอมบ์นอนนิ่งอยู่บนเตียง เวลาผ่านไปสิบวินาทีอยู่ดีๆเขาลุกขึ้นมาด้วยความตกใจ “อย่าบอกนะว่านายลืมบอกเขาเรื่องยูควอนน่ะ!”
 
“ใช่...ฉันลืมบอกเขาเรื่องคิตตี้ควอนนี่ของพวเรา” แทอิลรู้สึกผิดกับตัวเองที่ลืมบอกสิ่งสำคัญกับแจฮโยไป “ฉันควรจำได้ว่าคิตตี้ควอนนี่ไม่ได้ชวนฉันดู Finding Nemo กับเขา ควอนนี่ต้องนอนไม่หลับแน่ๆเลย”
 
“เฮ้ออ อย่างนั้นแจฮโยคงหนีไปไม่ได้แล้ว” บีบอมบ์พูดอย่างเสียดาย
 
ทั้งสองนิ่งไปสักพัก
 
“งั้น ราตรีสวัสดิ์” บีบอมบ์ล้มตัวลงนอนอีกครั้งขณะที่แทอิลโบยมือลาเขา เดินกลับไปยังห้อง กลับสู่โลกแห่งความฝันอีกครั้ง
 
 
+++++++
 
 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
 
ผมหันไปเจอยูควอน“เฮ้ ฉันเจอเขาแล้ว!” ยูควอนเรียกใครสักคน ชีวิตผมจบสิ้นแล้ว
 
“เขากำลังหานายอยู่ล่ะ” ยูควอนชี้ไปที่ช็อคโกแลตแมนซึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจเป็นอย่างมาก
 
 
+++++++
 
 
หลังจากแผนการหลบหนีของผมไม่สำเร็จ....
 
ไม่ใช่แค่ผมต้องยังคงอยู่ที่นี่เท่านั้น ผมยังต้องมีคนคุ้มกันประจำตัวอีก“ฉันผิดหวังในตัวนายมากจากการที่นายต้องการหนีออกไป ฉันคงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องให้ใครสักคนคอยจับตานายตลอดเวลา”นั้นคือคำสุดท้ายที่ช็อคโกแลตแมนทิ้งไว้ให้ผม
 
เหอะ...ยอดเยี่ยมที่สุด ช็อคโกแลตแมนงี่เง่า ใบหน้าของผมไม่ได้เกิดมาเพื่อให้นายเห็นคนเดียวนะ เลิกเป็นคนเห็นแก่ตัวและโลภมากได้แล้ว!
 
-END-
 

edit @ 11 Sep 2012 20:09:32 by awika

edit @ 11 Sep 2012 20:11:38 by awika

[OS] Metamorphosis (JaehyoxMinhyuk)

posted on 02 Sep 2012 19:18 by a-wi-ka
Title : Metamorphosis
Status: OS
Fandom: Block B
Pairing: Jaehyox Minhyuk
Author: candiiez
แปลโดย awika
เรื่องเต็มอ่านได้ ที่นี่ http://www.asianfanfics.com/story/view/221794/metamorphosis-blockb-scifi-smut-genderswitch-jaebomb
Rating: M
 
Author’s Note:…. เป็นฟิคที่เราแปลมาอีกที เพราะว่าชอบฟิคเรื่องนี้มาก 
 
*ฟิคเรื่องนี้เป้นเรื่องสมมติไม่ได้มีเค้าโครงจากเรื่องจริง*
 
+++++++++++++++++++++++++++++++

แจฮโยเดินออกจากห้องของเขา ตรวจดูว่าล็อกประตูห้องเขาเรียบร้อยหรือยัง คราวที่แล้วเขาลืมล็อกมันได้เกิดความหายนะภายในไม่กี่นาที เมื่อจีโฮกับคยองได้แอบเข้าไปในห้องเขา...อดีตออลจังจำความสิ้นหวังและความโกรธแค้นตอนนั้นได้แม่น เขายังรู้สึกทุกครั้งว่าการแก้แค้นของเขายังไม่สาสม “มันยังไม่จบ” เขาบอกกับสมาชิกในกลุ่มหลังจากที่ทุกคนเจอซากของตุ๊กตาคิตตี้และคยองบ่นว่าโดนแจฮโยปลุกจากการถูกตีด้วยแตงกวา
 
เขาเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น เจอมักเน่กับยูควอน ซึ่งทั้งคู่ดูสนใจสิ่งที่อยู่ในจอทีวีอย่างมาก เขามองทั้งสองคนด้วยดวงตากลมโตและปากอ้ากว้าง พยายามแทรกตัวเข้าไปนั่งในช่องว่างระหว่างทั้งคู่ แจฮโยเหล่มองทั้งสองคนแล้วก็สงสัย ทำไมทั้งสองคนถึงได้สนใจอะไรในทีวีหนักหนา มันคือช่องข่าว จริงหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ช่องข่าวได้ยึกครองทีวีพวกเขา? เขาลองยุให้จีฮุนบ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะว่าเขาอยากดูช่องสำหรับเด็กมากกว่า....สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ทำอยู่ดี
 
“อืม พวกนายจะบอกฉันได้ไหมว่า พวกนายดูอะไรกันอยู่?” เขาถามขณะที่สายตามองดูตัวอักษรสีขาวในกล่องสีแดงใต้ผู้ประกาศข่าว ในประโยคเหล่านั้น เขาจำได้บางคำ เช่น Metamorph- สักอย่าง ประชากร และรุนแรง “สรุป...พวกนายดูอะไรกันแน่?” แจฮโยถามอีกครั้ง งงกับสิ่งที่เขาพึ่งอ่านไปได้แต่หวังว่าเขาเข้าใจผิด แต่จริงๆแล้วเขารู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ว่าเขาจะเข้าใจผิด
 
“Metamorphosis กำลังระบาดตอนนี้” เป็นเพียงประโยคเดียวออกมาจากปากของยูควอน ก่อนจะกลับไปสนใจสิ่งที่อยู่ในทีวีอีกครั้ง ตาเล็กๆของเขาเปิดกว้างเล็กน้อยเพื่อดูทีวีให้ชัดขึ้น แจฮโยเหล่มองและครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าช้าๆเหมือนกับว่าเขาเข้าใจที่ยูควอนพูด
 
ซึ่งจริงๆแล้วเขาไม่เข้าใจอะไรเลย
 
สมาชิกคนอื่นเดินเข้ามาในห้องทั้งๆ สติยังไม่เต็มตื่น แจฮโยมองขึ้นไปเจอมินฮยอกที่ในที่สุดก็ตื่นมาจากความฝัน “มินฮยอก! มินฮยอก!” ยูควอนรีบเรียกมินฮยอก ก่อนจะชี้เข้าไปในเครื่องใช้ไฟฟ้าตรงหน้า “ดูสิ! Metamorphosis ล่ะ!”แจฮโยยิ้มให้กับสีหน้าของมินฮยอกจาก ไร้ความรู้สึก มาเป็น มันคืออะไรหว่า
 
“Metathingie?” เขาขยี้ตาแล้วนั่งลงบนพื้น เข้าไปใกล้ๆเพื่อจะฟังข่าวด้วยหูของเขาเอง หลังจากการพยายามฟังมาตลอดสามนาที เขากลับมานั่งที่เดิมกระพริบตาและส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ “จริงหรอ? มันไม่ใช่เรื่องโกหกใช่ไหม?” เขาหันมาถามทั้งสามคน
 
“แน่นอน ไม่ได้โกหก ฉันเคยบอกนายแล้วใช่ไหมล่ะ?” ยูควอนพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มประจำตัว
 
“ก็ฉันคิดว่านายแค่ไปเจอเรื่องล้อเล่นในอินเตอร์เน็ตนิ...” มินฮยอกกลับไปสนใจช่องข่าวอีกครั้งและนิ่ง “อย่างนั้น...ผู้คนก็เริ่มเปลี่ยนเพศกันน่ะสิ? LOL” เขาแอบยิ้มแล้วดูทีวีต่อ
 
แจฮโยพริบตาพร้อมกับยกคิ้วสูง “ว่าไงนะ? พวกคนทำไมนะ?” เขาหันมามองทุกคน “ฉันอยากได้คำอธิบายดพิ่ม” เขาพูดด้วยน้ำเสียงกังวลและงุ่นงง
 
“มันคือไวรัสเรียกว่า Metamorphosis ซึ่งมันมีผลทำให้เพศของผู้ที่ติดไวรัสสลับเป็นอีกเพศหนึ่ง” ยูควอนตอบ เอียงหัวพร้อมกับสนใจข่าวด้วยความรู้สึกงง “มันแปลกมาก...”
 
“แล้วตั้งแต่เมื่อไรกันที่ไวรัสนี้มันเกิดขึ้น? ไม่ใช่ว่ารัฐบาลแค่ปล่อยข่าวใช่ไหม?”
 
“แต่ตั้งพวกเรายังไม่เกิดล่ะฮยอง” จีโอตอบระหว่างที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำกระป๋อง นั่งตรงแขนของโซฟา ค่อยๆจิบน้ำ “จากที่เห็น ไวรัสนั้นติดจากคนสู่คน คล้ายกับเชื้อหวัดล่ะ”
 
“มีโอกาส 2 ใน 20 ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าจะโดนเมื่อไร” ยูควอนเสริม และนั้นทำให้แจฮโยแปลกใจว่ายูควอนคงใช้เวลาสองสามวันกับการค้นหาเกี่ยวกับไวรัสนี่แน่ๆ
จีฮุนส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ “แม้แต่ไอดอลก็ติดไวรัสนี้แล้ว”
 
“ใครล่ะ?” แทอิลถามด้วยความสงสัยทำให้แจฮโยสะดุ้ง แทอิลมาตอนไหน? เขามองพี่ใหญ่สุดยืนอยู่ข้างหลังมักเน่และสังเกตุได้ว่าจีฮุนรู้สึกสบายใจขึ้นหลังจากรู้ว่ามีแทอิลอยู่
 
“Super Junior ฮีชอลไง พวกเขาถึงให้เขาออกจากกองทัพเพราะเหตุนี้ล่ะ ได้ยินว่าเขาแย่มากๆเลยตอนเป็นผู้หญิงมากกว่าตอนเป็นผู้ชายซะอีก...เป็นดีว่าสุดๆไปเลย...” เขาแสยะยิ้มก่อนจะอ้าปากโววายเมื่อช่องข่าวถูกเปลี่ยน “เฮ้ แมน! ฉันยังอยากดูต่อนะ!” เขาโกรธ
 
แจฮโยแค่พยักหน้าเอนหลัง เท้าแขนตรงหัวในท่าที่สบายที่สุด “ถ้าเขาติดไวรัสอะไรนั้น คนอื่นก็ควรจะติดด้วยสิ”
 
“แน่นอน” ซิโค่เห็นด้วยพร้อมกับหัวเราะเบา แล้วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ เมื่อทั้งหมดคิดได้ว่ามันเป็นเรื่องจริงว่าทุกคนสามารถติดไวรัสได้ ในเมื่อไอดอลคนหนึ่งได้ติดมันแล้ว เริ่มจากเมื่อคนหนึ่งติด....และอีกคนติดตาม...และอีกคนหนึ่งติดไปด้วย ในไม่นานกลุ่มไอดอลคงจะติดไวรัสกันเต็มไปหมด ใครจะรู้ล่ะ?
 
“ถ้าอย่างนั้นพวกฮยองจะทำยังไง ถ้าพวกฮยองติดไวรัส?” แจฮโยไม่ได้สังเกตุว่าใครเป็นคนถามคำถาม แต่จากการได้ยินเสียงสงสัยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทำให้เขาไม่แปลกใจว่าเป็นพีโอ
 
“ไม่รู้สิ...แต่ไอดอลชายบางคนก็หล่อมากๆนิ....”จีโฮยักไหล่ตอบแบบขำๆ จากการตอบแบบขำๆทำให้ทุกคนหัวเราะจากการคิดได้เพียงแค่นี้ของจีโฮ (หมายถึงว่าจีโอคิดได้แค่ ถ้าติดไวรัสเปลี่ยนเพศเป็นผู้หญิง ก็ไปจีบไอดอทชายเลยสิ)
 
“ผมคงจะทำให้พวกเวรทุกคนกลัวด้วยเสียงของผม” จีฮุนพุดด้วยความมั่นใจ
 
“ระวังคำพูดด้วย เด็กน้อย” จีโฮเตือน 
 
“เน...”จีฮุนหดตัวเข้ากับที่นั่งโดยแทอิลปลอบเขาด้วยการลูบไหล่เบาๆ
 
“แจฮโยฮยองคงไปหว่านเสน่ห์ใส่คนโน่นคนนี้แน่เลย” แจฮโยสะดุ้งก่อนจะใช้ศอกกระทุ้งเข้าไปที่ท้องยูควอน แต่มันสายไปแล้วเมื่อทุกคนหัวเราะและล้อเขาแม้แต่แทอิลก็ด้วย ทั้งที่ฉันคิดว่าเขาเป็นคนดีแท้ๆ....ชิ
 
“แมวติ๊งต๊องเอ้ย” แจฮโยบ่นแล้วศอกยูควอนอีกครั้ง
 
“O-Ow..อะไร? ก็มันเรื่องจริงนิ ซิโค่เองก็คงไปกวาดซื้อของเกี่ยวกับคิตตี้ไม่หวาดไม่ไหวแน่ๆ”
ทั้งหมดเงียบ ก่อนจีฮุนระเบิดหัวเราะออกมา ทำให้จีโฮสะลักน้ำ
 
“มันคือเรื่องจริง พี่ชาย”
“ใช่”
 
“จะบ้าหรอ!” จีโฮปฏิเสธ ยืนขึ้นพร้อมจะเตะยูควอนถ้าเอ่ยปากอะไรออกมาอีก
 
“ยอมรับมันซะ หัวหน้า”“ใช่ ยอมรับมันซะ”
 
“ไม่ พวกนายมันแย่จริงๆ”
 
“อ่า หัวหน้าแย่จริงๆ แย่ แย่” บีบอมบ์พูดแหย่พร้อมกับชี้ไปทีจีโฮ แทอิลหลุดขำออกมาจนซิโค่อยากจะส่งสายตาเชือดเฉือนไปให้ แต่การทำแบบนี้มันดูโหดร้ายเกินไปกับฉลายน้อยๆ เขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจและหันหน้าหนี
 
“ยูควอนคงไปเสริมตาให้ใหญ่ขึ้นสินะ” มักเน่หัวเราะด้วยเสียงทุ้มๆอีกครั้งไม่นานคนอื่นๆก็หัวเราะตาม
จากการแก้แค้นของหัวหน้าวง ยูควอนเหล่ตามอง(ซึ่งทำให้ตาเขายิ่งเล็กลงกว่าเดิม) 
“นั้นมันโหดร้ายมาก”
 
“ใครบอกมัน Hep Hap หรอก เบบี้” ทุกคนหัวเราะรวมถึงยูควอนด้วย
 
“แล้วบีบอมบ์ล่ะ?” พวกเขามองไปยังคนที่ถูกพูดถึงซึ่งกำลังแปลกใจว่าทำไมจู่ๆก็มีชื่อเขาปรากฏในบทสนทนา มินฮยอกถอนหายใจพร้อมกับมองด้วยสายตาพิฆาต จนทุกคนตัดสินใจว่าพวกเราควรจะข้ามเรื่องนี้ไป ตอนกลางคืนเขาคงจะเป็นจอมสับหญิงอันบ้าคลั่งแน่เลย แจฮโยคิด แต่เขาคิดว่าคงไม่มีทางที่เขาจะรอดหลังจากพูดประโยคนี้ออกไปแน่นอน ดังนั้นเขาควรเงียบดีกว่า
 
“ส่วนแทอิลฮยอง...” แจฮโยมองไปยังผู้ชายตัวเล็กและยิ้มกริ่ม “เขาคงถูกคนแกล้ง”
 
“ช่าย”
 
แทอิลหน้าแดงเอามือก่ายหน้าผาก “เฮ้ออ...” เขาหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะถอดหมวกออกแล้วตีหัวของแจฮโย แจฮโยลูบหัวของเขา จัดทรงผมและยิ้มให้ พวกเขาพูดถึงทุกคนแล้วนิ ใช่ไหม? เหมือนจะขาดใครไปนะ...
 
“คยองไปไหน?” นายอย่าอ่านใจฉันสิ แจฮโยเหล่มองไปที่บีบอมบ์ แต่ทำเป็นเหมือนมองทุกคน นั้นสินะ แตงกวาคยองไปไหนเมื่อเขาควรจะอยู่ที่นี่? หรือเขาอยู่ที่ดินแดนแห่งแตงกวา? หรือกินแตงกว่าอยู่ล่ะ? เป็นไปไม่ได้ นั้นเป็นการกินเผ่าพันธุ์ตัวเองเลยนะ
 
“เขาออกไปข้างนอก” หัวหน้าวงพึมพำ มองสมาชิกทุกคนด้วยสีหน้ากังวล
 
ข้างนอก...
อันตราย...
ไวรัส...
 
“แล้วจะทำไงถ้าเขาติดไวรัส?” เป็นคำถามทำให้พวกเขาขนลุก ไม่แปลกเลยว่าการมีสมาชิกในวงติดไวรัสคงน่ากลัวมาก ต้องเกิดความรู้สึกแปลกประหลาดและไม่สบายใจเมื่อต้องเจอหน้ากัน แน่นอนว่าพวกเขาต้องใช้เวลาในการเตรียมใจ แต่ในขณะเดียวกัน...มันก็ง่ายที่จะจัดการกับมันไม่ใช่หรอ?
 
“โยนเขาออกไปนอกหน้าต่าง”
 
“ยัดเขาไว้ในไห” (เหมือนพวกแตงกวาดอง)
 
“ปล่อยเขาไว้ในป่า”
 
“ขายเขาให้หอนางโลม”
 
“แล้วใครอยากจะใช้บริการนางโลมหน้าแบบคยองล่ะ?” จีโฮถาม เอียงหัวพร้อมขมวดคิ้ว
 
“นางโลมไม่ได้จำเป็นต้องสวยเสมอไปนิ นายก็รู้”
 
“โอ้ว แรง”
 
แทอิลถอนหายใจ “แต่เอาจริงนะแล้วพวกเราควรทำยังไงดีล่ะ?” เขาถาม มองทุกคนด้วยสายตาต้องการคำตอบจริงจังว่าจะทำยังไงถ้ามันเกิดขึ้น ทุกคนหยุดพูดแล้วคิดถึงคำตอบอย่างจริงจัง “ฉันว่าพวกเราควรหาวิธีรักษา”
 
“ผมก็ว่าอย่างนั้น” นายเห็นด้วยกับแทอิลเสมอล่ะ แจฮโยแขวะในใจ มองไปยังมักเน่
 
“นั้นสิ...ว่าแต่เราจะทำยังไง? ถ้ามันไม่มีทางรักษาล่ะ?” 
 
“หืม? ไม่หรอก มัน...” พี่ใหญ่สุดตอบกลับ คนอื่นเงียบและหันมามองแทอิล เขารอให้แทอิลพูดต่อ แต่แทอิลแค่เงียบไป แจฮโยเข้าใจอย่างรวดเร็วว่าการที่แทอิลไม่ได้พูดอะไรนั้นหมายความว่าไม่รู้จะอธิบายยังไงมากกว่า
 
“ยังไงพวกเราก็ต้องอยู่กับมันให้ได้ล่ะ หืม? พวกนายเงียบหมายความว่าไง?” แทอิลถอนหายใจและมองลง ความงียบหมายถึงใช่ไงล่ะต้องทำใจกับมัน แจฮโยเองถอนหายใจเช่นกัน รู้สึกท้อแท้กับสถานการณ์เช่นนี้
 
ก่อนที่บรรยายกาศแย่ไปกว่านี้ เสียงประตูเปิดดังขึ้นทำให้เหล่าไอดอลกระโดดด้วยความตกใจ คยองเดินเข้า พบว่าสายตาทั้งหกคู่หันมามองตนเอง เขามองแล้วค่อยๆปิดประตูช้า ก่อนจะกอดถุงพลาสติกด้วยสายตาอันปวดร้าว “ทำไมพวกนายต้องมองฉันด้วยสายตาน่าขยะแขยงด้วยล่ะ!?”
 
มินฮยอกถอนหายใจอย่างสบายใจก่อนกลับไปสนใจหน้าจอทีวี ยูควอนยิ้มให้เขาแล้วทักทายเป็นปกติ จีฮุนนอนหัวเราะขณะที่แทอิลหัวเราะเบาๆกับท่าทางของจีฮุน และจีโฮยืนขึ้น เดินเข้าไปกอดคยองเพราะเขาดีใจที่คยองไม่ได้กลายเป็นผู้หญิง
 
แจฮโย เขามองไปที่คยองอีกครั้งก่อนถอนใจและมองไปข้างหน้า
 
 
ถ้าคยองเป็นผู้หญิง...ไม่ไหวนะ....

edit @ 2 Sep 2012 19:22:36 by awika

[SF] Under The Umbrella (JaehyoxMinhyuk)

posted on 02 Sep 2012 19:13 by a-wi-ka
[SF] Under The Umbrella
Title :  Under The Umbrella
Status:SF
Fandom: Block B
Pairing:  Jaehyox Minhyuk 
Author: awika 
Rating:  G
 
Author’s Note:….  น่ารักๆ กับผู้ชายปากไม่ค่อยปิดกับหนุ่มหน้านิ่ง คิคิ
 
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 
“ เหมาร้านสะดวกซื้อเลยไหม ไอ้พวกเด็กแสบพวกนี้”
 
เสียงหล่อๆของผมบ่นขึ้นมาระหว่างผมเดินลงบันไดของบริษัท ที่ผมต้องมาบ่นเป็นหมีกินผึ้ง เนื่องด้วยการซ้อมอันหนักหน่วงเพื่อเพิ่มความเจ๋งของวง(ที่ยังไงผมว่าพวกเราก็เจ๋งสุดๆอยู่แล้ว) พอถึงช่วงเวลาพักจึงต้องมีคนนึงออกไปซื้อน้ำ เลยตัดสินด้วยเกมเดิมๆ…คือ เป่ายิ้งฉุบ และคนที่แพ้นั้นก็คือผม

ไม่ได้จากเหตุผลอะไรทั้งนั้นก็แค่จากการรวมหัวของสมาชิกขี้แกล้งอีกนั่นล่ะ


ชีวิตอันน่าสงสารของอันแจฮโย…


ตอนแรกก็ดีอยู่จากแค่เครื่องดื่มเกลือแร่คนล่ะขวด กลายเป็นความคิดสนุกของลีดเดอร์กับมักเน่ที่อยากลองแข่งปิดตากินขนมเพื่อว่าคนที่ชนะไม่ต้องช่วยทำความสะอาดหอพักอีก 1 อาทิตย์ เลยมีรายการขนมไล่มาอีกยาว….


ผมเดินออกจากตึกบริษัทโดยที่ทวนสิ่งที่ต้องซื้อไปด้วย 

“อ้าว ฝนตก”
 
น้ำจากฟ้ามากระทบมากที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของผม ผมตั้งท่าดูอยู่สักครู่

“ตกเบาๆ ไม่เป็นไรมั้ง…”


ถ้าต้องขึ้นไปเอาร่ม เดี๋ยวพวกแรปเปอร์ไลน์ขี้แกล้ง คงต้องคิดไอเดียแปลกๆ ให้ซื้ออะไรเพิ่มอีกแน่ และที่สำคัญคนที่จ่ายเงินทั้งหมดคือผม! (ผมไม่ได้ขี้งกนะ แต่ผมจ่ายค่าน้ำกับขนมสาระพัดนึก มาหลายรอบแล้ว…) 
แทนที่ผมรีบวิ่งไปซื้อแล้วก็กลับบริษัท จะได้ไม่เปียกฝน แล้วไม่เป็นหวัดตามมา แต่อารมณ์อันสุนทรีแปลกเวลาของผมเลือกที่จะเดินให้น้ำบนฟ้า มากระทบตัวเล่นมากกว่า 

ขณะที่เดินฮัมเพลงของ Apink ไปเรื่อยๆ ฝนที่กระทบตัวผมกลับหยุดลงจากร่มใสกางอยู่บนหัว พร้อมกับคนที่พึ่งวิ่งมาพร้อมกับร่มใสคันนั้น

“เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”  เสียงนุ่มปนหอบ ติดไม่พอใจนิดๆบ่นใส่ผม

“ก็อยากลองเปลี่ยนอารมณ์ล่ะมินฮยอกอ่า”  ผมยิ้มให้กับหนุ่มผมดำข้างกายผมที่กำลังปั้นหน้านิ่งไม่พอใจกับคำตอบ
 
“งั้นฉันน่าจะปล่อยนายตากฝนเป็นหวันนอนซมไป” เสียงเรียบบ่นกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่เดินสนใจทางข้างหน้า 
“ว่าแต่…มินฮยอกวิ่งตามผมมาทำไมล่ะ เห็นว่าฝนตกเลยเป็นห่วงผมหรอ?” ผมยิ้มถาม พยายามจะจับสังเกตุคนหน้านิ่งข้างกายผม 
“เปล่า…แค่ว่าลืมบอกว่าจะเอาจุ๊บปาจุ๊บด้วยน่ะ พอดีว่าฉันไม่สนใจเกมนั้นหรอก แล้วดูท่าทางนายคงต้องการคนช่วยถือของด้วย” คนหน้านิ่งถือร่มตอบแบบไม่สนใจ 



เราสองคนเดินไปเงียบๆ ใต้ร่มคันเดียวกัน


ผมฮัมเพลงของผมต่อไป จนกระทั่ง… 
“เออ…ขอโทษนะที่ฉันไม่ใช่ผู้หญิง แล้วเราไม่ใส่ชุดนักเรียนด้วย…”
 
ประโยคไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของมินฮยอกดังขึ้นมา 


“หืม? อะไรนะมินฮยอกอ่า? เมื่อกี้ผมไม่ได้ยิน” 
“ก็ที่นายอัพ Cyworld ไง…นายบอกว่าที่ญี่ปุ่นนายเจอ เด็กมัธยมชายหญิง เดินใต้ร่มคันเดียวกัน…นายคงอยากมีคนทำแบบนั้นด้วยใช่ไหม…” มินฮยอกพูดเสียงเรียบ 
ผมแอบหัวเราะ ให้กับคนที่ปกติมักทำหน้านิ่ง แม้ตอนกินซากหนูยังคงทำหน้านิ่งไร้อารมณ์ แต่ตอนหน้านิ่งนั้นพยายามเสมองไปที่พื้นพร้อมกับซ่อนหน้าแดงไว้ 

ผมจับมือที่กุมด้ามร่มของมินฮยอก โน้นตัวไปกระซิบข้างหูที่กำลังแดงอยู่ของคนข้างกายผม


“แล้วถ้าผมบอกเขียนว่า วันนี้เดินไปยังสวนสาธารณะเห็นคู่รักกำลังจูบกัน อย่างนั้นมินฮยอกจะไปสวนสาธารณะแล้วจูบกับผมไหม?”  
“……..


ถึงแล้ว…”


มินฮยอกพูดพร้อมเบียงตัวออกจากผม หุบร่มวางไว้หน้าร้านสะดวกซื้อ


ผมได้แต่ยิ้มกับคนหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัดจากแสงไฟร้านสะดวกซื้อที่ส่องมายังหน้า ผมเดินไปเปิดประตูร้าน 
“แต่ถ้าแค่หอมแก้มคงโอเคมั้ง…” 

มินฮยอกพูดลอยขึ้นมาพอให้ผมได้ยิน แล้วรีบซ่อนแก้มแดงเดินผ่านประตูที่ผมเปิดหนีเข้าร้านสะดวกซื้อไป 


รอยยิ้มบนหน้าผมกว้างขึ้น…แก้มผมกำลังปริ… พร้อมกับความคิดอันบรรเจิด
อ่า…อย่างนี้คราวหน้า ผมน่าจะลองเขียนใน Cyworld อย่างนั้นสินะ~


+++++++++++++++++++++++++++++++++++
ที่มามาจาก


[Cyworld] 120324 Jaehyo’s Diary
ตอนนี้ที่ญี่ปุ่นฝนตกอยู่ ข้างนอกมีเด็กๆนักเรียนในชุดนักเรียนที่กำลังไปโรงเรียนและเด็กนักเรียนชายเดินคู่กับเด็กนักเรียนหญิงอยู่ใต้ร่มคันเดียวกัน
(Source: Jaehyo’s CyworldTranslated By: soulmusiq @ blockbintl.com & @douwannablockb)


ชอบและหลงรักในคู่นี้มากกกก ช่วงนี้ภาพออกมาเยอะหลายเกินนนน
เหตุผลที่เราฟินคู่แจฮยอก(แจฮโย+บีบอม) อย่างแรกแจฮโยจะเป็นคนที่ชอบเรียกมินฮยอกว่า มินฮยอกอ่า ซึ่งมันเป็นอะไรที่มันฟินสำหรับเรามากกกกก เพราะเราเองจะเป็นคนนึงที่เรียกมินฮยอกว่ามินฮยอกตลอด ไม่ค่อยเรียกว่าบีบอมบ์
เหตุผลที่สอง สองคนนี้มีความสูงที่ต่างกัน แล้วเวลาที่มินฮยอกมองตาแจฮโย แล้วต้องมองเหงยขึ้นนิดนึงนี่ดูน่ารักมากกกก

มาหลงคู่กัยเรากันมา ฮ่าๆๆๆ >ㅈ<

edit @ 11 Sep 2012 20:16:49 by awika